แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมนยู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมนยู แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

ต้องอย่าปลงให้มนุษย์ชั่วลอยนวลขาดลอย ผลบอลแมนยู

ต้องอย่า ปลดเปลื้องให้คนชั่วลอยนวลเด็ดขาด!!




ก็ต้องขอพูดว่า ช่างคนชั่วสิบคนดี ดีกว่าจับคนบริสุทธิ์พ่างคนเดียว!!! นั้นเป็นวลีที่นึกขึ้นได้พอวันก่อนหลังจากดูการถ่ายทอดสด ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกระหว่าง หมู่ปิศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด กับ ฝ่ายแมวดำ ซันเดอร์แลนด์

ซึ่งผลการแข่งขันเป็นไปตามคาดลูกคณะของ หลุยส์ ฟาน ฮัล เอาตัวรอดด้วยชัยชนะผลฟุตบอล 2-0

แต่ว่าในจังหวะที่หิวพูดถึงคงหนีไม่พ้น การที่ เวส บราวน์ อดีตศิษย์เก่าสำนักโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถูกผู้ตัดสิน โรเจอร์ อีสต์ ให้ใบแดงไล่ออกจากสนาม

ซึ่งถ้าพี่น้ำตาลทำฟาวล์หรือว่ากระทำผิดแท้จริงๆ ในจังหวะที่ไปเหนี่ยว ศูนย์หน้าตีนบอด อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ก็คงไม่เป็นประเด็นอะไร แต่ผู้กระทำผิด ที่แท้แน่นอน ในจังหวะนั้น ดันเป็นเพื่อนร่วมอดีตสำนักเดียวกันอย่าง จอห์น โอเช ที่เป็นคนไปเหนี่ยวศูนย์หน้าชาวโคลอมเบีย

แต่ว่าที่สำคัญ ในจังหวะที่เหนี่ยวไม่ใช่แค่จับแล้ว วางธุระ แต่เป็นการเหนี่ยวแล้วยังดึงรั้งตัว ฟัลเกา ที่กำลังจะพลิกบอลเข้าไปยิงประตูถึง 2 จังหวะ 2 ครั้ง ด้วยกัน

พร้อมทั้งในขณะที่พี่น้ำตาลผู้โชคร้ายดันไปอยู่แถวนั้นพอดี ปางเสียงนกหวีดดังขึ้น ยังไงก็เป็นจุดโทษ แต่กรรมการเจ้ากรรมดันไปให้ใบแดงพี่น้ำตาลแทนที่จักเป็นโอเช

ซึ่งจนกระทั่งพี่น้ำตาลถูกกล่าวหาพยายามจะอธิบายให้ผู้ตัดสินเข้าใจว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดก็ไม่เป็นผล จึงต้องตกอยู่ในสถานะ ถูกจับแพะ แบบไม่มีทางเละบือก




เพราะที่แสบไปกว่านั้นคือ ผู้กระทำผิดที่แท้แท้จริงอย่างโอเชดันเดินไปให้กำลังใจตบหลังพี่น้ำตาลตอนที่เดินออกจากสนาม เชื่อว่าในใจของ แพะ อย่างพี่น้ำตาลคงอาจจะคิดลึกๆ เผาพริกเผาเกลือให้เพื่อนร่วมพวกที่ลอยนวล

ซึ่งแทนที่จะช่วยเข้ามายืนยันว่าตัวเองทำผิดด้วยกันยอมเดินออกจากสนาม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า โชคร้ายมากๆ ในแง่ความรู้สึก แม้ว่าใครจักถูกไล่ออกพวกก็คงปราชัยเหมือนกัน ก็เพราะว่าทั้ง บราวน์ และ โอเช ไม่ได้มีใครเล่นดีกว่ากันซักเท่าไหร่

ถ้าจักว่าไปก็คล้ายๆ กับเหตุการณ์เท่าที่อาทิตย์ที่แล้วในเกมระหว่าง ฝ่ายสิงห์บลู เชลซี กับ กรุ๊ปเบิร์นลี่ย์ ในจังหวะที่ เนมันย่า มาติช ถูกไล่ออกหลังจากวิ่งไปผลัก แอชลี่ย์ บาร์นส์

ในที่จังหวะก่อนหน้านั้น เจ้าบาร์นส์ตัวแสบนี่แหละดันเข้าฟุตบอลเปิดปุ่มแบบน่าเกลียดใส่มิดฟิลด์ของ หมู่เชลซี

ด้วยกันที่สำคัญกรรมการเจ้ากรรม อีกแล้ว อย่าง มาร์ติน แอตกินสัน ที่มากประสบการณ์ดันไม่เห็น หรือว่าเปล่า ในจังหวะนั้น จึงไม่ได้เป่าฟาวล์หยุดเกมแต่อย่างใด

ซึ่งครันๆ ขอแนะนำใครที่มีเวลาลองหาเทปหรือไม่ก็คลิปย้อนดูในจังหวะนั้นอีกรอบ จะรู้ว่าเจ้าบาร์นส์ตัวแสบนี่แหละสมควรโดนไล่ออกจากสนามในฐานะผู้กระทำผิดที่แท้ครัน




ด้วยกันเหตุผลที่ มาติช เองนั้นก็ดูแลอารมณ์ไม่อยู่ แน่ๆๆ จังหวะนั้นถ้าใครควบคุมอยู่ก็คงต้องชาบู บูชา ก็ต้องรับกรรมไป ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็น เหยื่อ ก่อนแท้ๆ ขณะที่ผู้ร้ายลอยนวล!!!

ซึ่งในเหตุการณ์นั้นต้องยอมรับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเกมคู่นี้ เพราะว่าเชลซีที่เหเล่าลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า ถูกตีเสมอ จบเกมจากสามแต้มที่ควรได้เหลือกระฉ่อนแค่แต้มเดียว

ด้วยกันนี่แหละคือเกมฟุตบอลที่ Human Error อาจจะเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้แฟนบอลทั้งหลายบางคน

แต่ว่าเพราะว่าผู้ถูกกระทำอย่าง เวส บราวน์ กับ เนมันย่า มาติช คงขำไม่ออก พร้อมทั้งเจ็บปวดพอสมควรกับโลกของฟุตบอลที่บางทีความยุติธรรมก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่ายๆ ครับ

ที่มา:http://sport.sanook.com/136273/

ติดตามชมอ่าน ข่าวกีฬา ฟุตบอล โปรแกรมบอล โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ตารางบอล ได้ที่ http://event.sanook.com/football

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล: หมู่ปืนเข้าตีผี แมตช์ชินยิ่งใหญ่เพราะว่ารวมหมดคู่

ฝ่ายปืนปะทะผี แมตช์เคยยิ่งใหญ่เพราะด้วยทั้งคู่




ทีมอาร์เซน่อล ปะทะ หมู่แมนฯยู  กับแมตช์ที่เคยยิ่งใหญ่


ซึ่งถ้าวิเคราะห์ผลบอลทุกครั้งหลังจาก ศึกฟีฟ่า เดย์ ก็จักมีอารมณ์นี้ตลอดว่า คิดถึง ฟุตบอลลีกยุโรปโดยเฉพาะ ศึกพรีเมียร์ลีก ที่สุดสัปดาห์นี้มีโปรแกรม บิ๊กแมตช์ รออยู่

พร้อมกับนี่เป็นเกมที่ ถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ระหว่าง พวกอาร์เซน่อล vs เหล่าแมนฯยูไนเต็ด คู่ เวลาน้ำชา บ่ายแก่ๆ ที่อังกฤษ หรือไม่เที่ยงคืนครึ่งบ้านเรา

โดยที่เบื้องต้น ผมเชื่อว่า คอบอลจักนึกถึง ปริมาณ นักเตะบาดเจ็บของ หลุยส์ ฟาน ฮัล ที่ไปๆ มาๆ ผมขึ้นต้น ไม่เชื่อ แล้วล่ะครับว่า จักอื้อแท้จริงอย่างที่ประโคมข่าวกันปาวๆ ใช่ไหมไม่




ซึ่งหลังจากจบเกมนัดที่ 4 ของ ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเระบือกช่วงสุดสัปดาห์ ตัวเลขนักเตะ หมู่ปิศาจแดงบาดเจ็บมีจำนวน 10 คน พร้อมกับเพิ่มเป็น 12 คนหลัง อังเคล ดิ มาเรีย และ ลุค ชอว์ เจ็บในเกมกระชับมิตรวันอังคาร

เพราะว่าที่ สื่อ เดอะ เทเลกราฟ ได้ระบุยอดรวมว่า ฤดูกาลนี้ นักเตะปิศาจแดง บาดเจ็บไปแล้วทั้งสิ้น 18 คน ขณะที่ฟาน ฮัล ใช้ผู้เล่นไปแล้วถึง 36 คน นับจากเปิดซีซั่นเป็นต้นมา

เพราะที่ 3 เดือนที่ทะลุมา กุนซือดัตช์นั้นโดน รับน้อง เต็มๆ พร้อมทั้งต้องแสดงความอาจจะในการบริหารจัดการผู้เล่น

เกี่ยวกับสถานการณ์แบบนี้จัก ต่อสู้ ประสิทธิภาพในเชิงลึกของผู้เล่นปิศาจแดงว่ามี Strength in depth กล้าแกร่งพ่างใด




พร้อมทั้งตรงกันข้ามด้าน คู่แข่ง เช่น พวกอาร์เซน่อล เสาร์นี้ น่าจัก ลูบปาก ใช่ไหมแอบคิดว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเจอกับ เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งนอกจากประเด็นนี้แล้ว มีประวัติศาสตร์ ของการปะทะกันของทั้งคู่ในยุค พรีเมียร์ลีก คือ สิ่งที่ปิดประตูไม่ได้เลยว่า นี่คือ 2 ทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดนับจากเปลี่ยนจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็น ศึกพรีเมียร์ลีก ในปี 1992

เพราะว่าที่ทะลุทะลวงมา อย่างน้อยๆ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจักต้อง ลุ้นแชมป์ ณ เวลาที่เจอกัน ไม่ก็ก็ทั้ง 2 กรุ๊ปนั่นแหละที่กำลังถูกมองว่า คั่วแชมป์

แต่ว่า ในปี คศ.นี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ด้วยกันไม่มีใครทราบว่า จะมีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกหรือไม่ เพราะวันนี้ พวกอาร์เซน่อล อยู่อันดับที่ 6 พร้อมด้วยเหล่าแมนฯยูฯ อยู่ในอันดับที่ 7



ซึ่งถ้าสมมุติจักพูดให้ชีช้ำกะหล่ำปลีเล่นก็คือ แมตช์นี้จักเป็นเกมชิง ท็อปโฟร์ ลุ้นไปเตะบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าเท่านั้น

โดยที่ในซีซั่นนี้ คณะอาร์เซนอลนั้น เกือบพลาด ไปเตะฟุตบอลถ้วยหูยักษ์ ขณะที่ ทีมแมนฯยูฯ นั้นพลาด พร้อมด้วยเพิ่งมีรายงานว่า สูญเสีย รายรับมากมาย หรือไม่ 30-40 ล้านปอนด์ จากการที่ไม่ได้ไปเตะ UCL

พร้อมกับการเจอกันวันเสาร์นี้ ยังเป็นครั้งแรกนับจากปี 1998 ที่ทั้งคู่เจอกันขณะที่อันดับอยู่นอกโซน ท็อปโฟร์

เพราะว่าที่ครั้งนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เก้าอี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องสั่นคลอน ที่สุด สมมตไม่นับว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รีไทร์ไปแล้วเป็นปีที่ 2 ทั้งที่ในอดีต โปรแกรมบอลในครั้งนี้ คือ เกมประชันความสมรรถกันระหว่าง เวนเกอร์ vs เฟอร์กี้

ซึ่งยิ่งเขียน ก็ยิ่งใจหาย พร้อมทั้งยิ่งจะกลายเป็นเหมือนศึก แดงเดือด ทีมแมนฯ ยูฯ vs เหล่าลิเวอร์พูล ที่ ฝ่ายหงส์แดง ค่อยๆ ตกต่ำหลังพ้นยุค 1980 พร้อมทั้งต้องใช้ชื่อเสียงเก่าๆ มาช่วยเข้าไปทุกขณะ




พร้อมทั้งในฮอตสกอร์ ของเรา เหรอสื่อทั่วโลก ผมคาดว่า จะมีการพูดถึงแมตช์แห่งความทรงจำของทั้ง 2 คณะกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

เพราะส่วนตัวก็มีกับเค้า 2-3 แมตช์ เช่น 21 กันยายน ปี 2003 ที่เสมอผลบอล 0-0 ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย พลาดจุดโทษช่วงทดเวลาเจ็บ

พร้อมกับในงานนั้น ถ้าหากรุด ไม่ยิงไปชนเสา พวกอาร์เซนอลคงหยุดสถิติไม่จำนนใครแค่นัดที่ 8 ของฤดูกาลหาใช่ วิ่งยาว invincible ไปจนจบซีซั่น แมตช์ถัดมา ก็คือ 24 ตุลาคม ในปี 2004 เพราะว่าที่เหล่าแมนฯ ยูฯ นั้นได้เปิดบ้านชนะ 2-0 พร้อมกับหยุดสถิติไม่ปราชัยใครของ เหล่าอาร์เซน่อลในลีกไว้ที่ 49 แมตช์



หรือว่าอีกแมทที่สุดๆ ซึ่งก็คือ เอฟเอ คัพ  ในเกมรอบตัดเชือกปี 1999 ซึ่ง เดนนิส เบิร์กแคมป์ พลาดจุดโทษให้กับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เซฟได้ตอนก่อนหมดเวลา


และจากนั้นช่วงต่อเวลาพิเศษ ชาวโลกก็ได้เห็น ไรอัน กิ๊กส์ ตัดบอลกลางสนามแล้วโซโล่ไปยิงประตูชัย

ซึ่งนี่ก็คือสกอร์ เบาะๆ แค่ 3 เกม ตัวอย่างนะครับ ก็เพราะว่าเป็นแน่แท้ๆ แล้วยังมีอีกมากมายเป็น คดีความ ระหว่าง 2 พวกนี้ด้วย

ด้วยกันที่ผมไม่แน่ใจว่า กรุ๊ปผี vs หมู่ปืน จะเหโจษเป็นแค่ อดีต โปรแกรมแห่งความทรงจำเท่านั้น

แย่แล้ว ฟัลเกาเดี้ยงเพิ่มอีก 2 วีค




ข่าวนี้คงทำให้ สาวกคณะเร้ด อาร์มี่ นั้นต้องคอตก คราวได้รับการยืนยันจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ กลุ่มผีแดง กล่าวว่า ราดาเมล ฟัลเกา ได้รับบาดเจ็บซ้ำ เลื่อนเวลาคัมแบ็กออกไปอีก 2 สัปดาห์

ซึ่งกองเชียร์ คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กรุ๊ปยักษ์ใหญ่ในศึกศึกพรีเมียร์ลีก ต้องเจอเรื่องเซ็ง ตราบใด ราดาเมล ฟัลเกา ศูนย์หน้ากรุ๊ปชาติโคลอมเบีย หมดสิทธิ์ลงช่วยเหล่านัดยกพลบุกเยือนรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของ เหล่าอาร์เซน่อล ในคืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน นี้เป็นที่แน่นอนแล้ว หลัง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า แข้งรายนี้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม พร้อมทั้งจักต้องเลื่อนเวลาคัมแบ็กสู่กรุ๊ปชุดใหญ่ออกไปอีก 2 อาทิตย์

เพราะว่าที่ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์ทะลวงสื่อ MUTV สื่อโทรทัศน์ของทัพ ฝ่ายปีศาจแดง พูดถึงกองหน้าคนดังที่ขอยืมตัวมาจาก หมู่โมนาโก เป็นเวลา 1 ฤดูกาลว่า ตัวเขามีอาการบาดเจ็บขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งต้องใช้เวลาพักฟื้น เขาจะต้องใช้เวลาราวๆ 2 อาทิตย์ในการรักษาตัว จากนั้นค่อยมาลงทำการฝึกซ้อมกับหมู่ชุดใหญ่ แล้วค่อยมาลุ้นเรื่องโอกาสลงสนาม

กับทางด้านดาวยิงชาวโคลอมเบีย ที่เจ็บเรื้อรังมาตลอด นับตั้งแต่ขยับมาอยู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนเพิ่งจะมีโอกาสลงสนามไปแค่ 4 เกมเท่านั้น กล่าวว่า มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ผมไม่เก่งลงเล่นได้ แต่ผมจำเป็นต้องใจเย็นพร้อมทั้งเฝ้ารักษาตัวไปเรื่อยๆ เพราะว่าสิ่งสำคัญเพราะผม คือจักต้องกลับมาช่วยหมู่ให้ได้ ยามที่ผมพร้อมจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง

เหล่าอาร์เซน่อลเฮ หลังชิรูด์ควงอาร์เตต้าฟิตทันฟัด ทีมผีแดง




ซึ่งหลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้ออกมาแสดงตนข่าวดีของ หมู่ปืนใหญ่ เพราะว่าทั้ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับมิเกล อาร์เตต้า นั้นพร้อมกลับมา เป็นตัวเฟุ้งเฟื่องกในเกมลีกนัดเปิดบ้านรับ แมนยู ในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมแย้มทั้ง โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ มาติเยอ เดอบูชี่ ก็เริ่มทำซ้อมเบาๆ ได้บ้างแล้ว

เพราะว่าที่อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเละบือดน้ำหอมของ พวกอาร์เซน่อล หนึ่งในเหล่าบิ๊กโฟร์ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดปากความพร้อมของฝ่ายก่อนลงเล่นเกมบิ๊กแมตช์ที่ทัพ หมู่ปืนใหญ่ มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือน ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คณะอริร่วมลีกในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เพราะว่ายืนยันว่า 2 นักเตะที่บาดเจ็บไปในช่วงก่อนนี้อย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับ มิเกล อาร์เตต้า จะพร้อมลงเล่นในเกมดังกล่าวแน่นอน

ด้วยในตัวของเทรนเนอร์เฟร้นช์แมนของทัพ เหล่าเดอะ กันเนอร์ส ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ชิรูด์ นั้นกลับมาลงเล่นได้ก่อนเวลาที่มีการคาดการณ์กว่า 1 เดือน ตามปกติเราคิดว่าเขาน่าจักกลับมาลงเล่นในช่วงต้นปีหน้า ทั้ง ชิรูด์ ด้วยกัน มิเกล อาร์เตต้า นั้นจักพร้อมลงเล่น ในเกมที่เจอกับ กลุ่มแมนฯ ยูฯ ทั้งคู่ ถ้าถามว่าพวกเขาพร้อมไหม พวกเขาพร้อมลงเล่นแล้ว

และเวนเกอร์ ยังกล่าวถึงอาการของอีก 2 แข้งอย่าง มาติเยอ เดอบูชี่ พร้อมกับ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจ่อหายกลับมาลงเล่นได้ในเร็ววันนี้ว่า โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ด้วยกัน มาติเยอ เดอบูชี ดีขึ้น พวกเขาตั้งต้นกลับมาซ้อมได้อีกครั้ง เรากำลังเฝ้าดูอาการของพวกเขาอยู่ แต่คาดว่ายังต้องแยกซ้อมเบาๆ จากเพื่อนร่วมหมู่อีกราว 3 สัปดาห์ จากนั้นคือการเรียกความฟิตกลับมา

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คณะอาร์เซน่อล ต้องประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกว่าครึ่งทีม หลังแข้งหลักทยอยขึ้นเตียงพยาบาลกันอย่างต่อเนื่อง โดย ชิรูด์ พร้อมด้วย อาร์ต เป็น 2 รายแรกที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงเล่นได้ เพราะว่าระเบียนนักเตะเดี้ยงที่เหเลื่องลืออยู่เช่น

  1. เมซุต โอซิล
  2. อาบู ดิอาบี้
  3. เดอบูชี่ 
  4. กอสเซียลนี่ 

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประกาศฟุตบอลมุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจะป่วยไหนกันยิ่งนัก?

มุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจักเจ็บอะไรกันนักหนา?




ถ้าจักให้พูดวิเคราะห์บอลกันตามตรงเลย ในเวลาปกติก็จักเบื่อเวลามีโปรแกรมหมู่ชาติ มาคั่นศึกฟุตบอลสโมสรจักตายอยู่ละ แต่ว่าในฐานะคนทำข่าวก็ต้องอดหลับอดนอนฝืนดูต่อไป แค่นั้นยังไม่พอนักเตะตัวหลักของคณะรักดันมาเจ็บอีก พูดได้คำเดียวครับว่า เซ็ง

ซึ่งเท่าที่ผมได้พูดคุยกับพี่ๆ ในที่ทำงานที่น่ารัก รวมถึงเพื่อนๆ ที่คลั่งไคล้พร้อมทั้งหลงไหลในกีฬาลูกหนังหลายๆ คน 100 ละ 90 ต่างก็จักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

  1. ศึกฟุตบอลพวกชาตินั้นไม่มีความสนุก
  2. ไม่มีความตื่นเต้นเลย 
  3. ไม่มีไรน่าลุ้น แถมน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ 
  4. ต้องประสงค์ดูฟุตบอลสโมสรศึกพรีเมียร์ลีกมากกว่า 


กับผมก็เป็นคนส่วนใหญ่จำพวกนั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ

ซึ่งต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า เนื่องจากในอาทิตย์ที่ผ่านมา นั้นมันเป็นเกมทีมชาติ ฉะนั้นการคิดหัวข้อที่จักเขียนให้มันเข้ากับบรรยากาศฝ่ายชาตินี่มันลำบากเสียเหลือเกิน อีกอย่างผมก็เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงไม่ค่อยได้สนใจสักเท่าไหร่นักเช่นเดียวกัน ฉะนั้นวันนี้ ผมก็เลยขอใช้พื้นที่นี้เพื่อ บ่น ซะหน่อย

งั้นก็มาเปิดกำแพงวิเคราะห์ผลบอลกันเลยดีกว่า ก็ไม่รู้ว่ามันจักเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไปถึงไหนเพราะด้วยสโมสร กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้าที่จะหยุดพบกับโปรแกรมบอลทีมชาติ ก็มีตัวเจ็บ ตัวแบน บานตะไท ลิสต์ไล่ยาวเป็นหางว่าวอยู่แล้ว แต่หลังจากลอดสุดอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มปีศาจแดง ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปอีก 3 ราย

มาโหมโรงที่คนแรก ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวเก๋า ที่อุตส่าห์ถูกเรียกไปติดกรุ๊ปชาติอังกฤษ อีกครั้งนึง แต่แล้วก็ต้องมาดวงแตก เพราะได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบระหว่างลงฝึกซ้อมกับทัพ หมู่ทรี ไลอ้อนส์ หลังลงไปวอร์มร่างกายสัมผัสพื้นหญ้าได้แค่ 20 นาทีเท่านั้น จนต้องขอถอนตัวจากการรับใช้บ้านเกิด กับเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งนึงว่าจะต้องพักนานแค่ไหน




การที่จักกลับมาฟิตสมบูรณ์ เพื่อความหวังที่จะให้ใช้ประสบการณ์ประคองน้องๆ ดันมาเจ็บอีก เห็นแบบนี้แล้วก็ เครียด

ซึ่งสาวก ทีมเร้ด อาร์มี่ หลายคนอาจจักแย้งว่า เฮียคาร์ริค นี่ถือว่าเป็นตัวหลักของคณะแล้วหรอ?

ถ้าจักดู สภาพทีมทุกวันนี้ ผมก็คงต้องเสนอว่าใช่แน่นอนครับ โปรดอย่าลืมว่า คราวนี้กองหลังในทัพ คณะปีศาจแดง เนี่ย แทบไม่เหลือเลื่องให้ใช้งาน เพราะแต่ละคนโดนโรคเดี้ยงรุมเร้ากันเป็นแถบ

พร้อมทั้งรวมไปถึงมิดฟิลด์ในวัย 33 ปีรายนี้ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกระฉ่อนกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่หรือคุณคิดว่านักเตะอย่าง ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ เหมาะสมมากกว่าเอ่ย?

คนถัดมานี้ก็ดูจะสำคัญมากซะด้วยสิเนื่องด้วย ดาบิด เด เคอา นายด่านผู้ช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับ เหล่ายูไนเต็ด ได้หลายต่อหลายครั้ง ในฤดูกาลนี้ ก็ดันไปเจ็บตอนเข้าแคมป์ฝึกซ้อมโปรแกรมฟุตบอลกับเหล่าชาติสเปน

เจ็บตรงไหนไม่เจ็บ ดันไปเจ็บที่อวัยวะที่ใช้ในการหากินของผู้รักษาประตูเพราะตรงเลย ก็คือ นิ้ว.

ซึ่งเบื้องต้นถ้าจักวิเคราะห์ฟุตบอล ก็คาดว่าจะต้องพักถึง 4 อาทิตย์เลยทีเดียว กับถ้าหากเป็นเป็นแน่แท้นั้น พวกอสูรแดง นั้นจะไม่มีน้องลามะเฝ้าเสาในเกมที่ต้องบุกไปเยือน คณะอาร์เซน่อล ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน รวมทั้งในนัดเปิดบ้านพบกับ กลุ่มฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พร้อมกับ กรุ๊ปสโต๊ค ซิตี้ ในวันที่ 2 ธันวาคม 57 นี้

และยังรวมไปถึงเกมที่โปรแกรมบอลต้องบุกไปเยือนพวกฟอร์มแรงซึ่งเป็นรองจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้อย่าง เหล่าเซาธ์แฮมป์ตัน อีกด้วย




มองเผินอาจจักไม่มีอะไรนะ แต่ผู้รักษาประตูมือเจ็บนี้คือสาหัสเลยนะ


ในส่วนของแผงหลังที่มีอยู่ ก็ยังเจ็บระนาวไม่หาย ยังไม่พอจอมหนึบตัวหลักก็เดี้ยงอีก แต่เดี๋ยวก่อน เพราะด้วยแฟน หมู่ปีศาจแดง ถ้าหากคุณคิดว่านี่แย่แล้ว เรามีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้คุณอีกครับ

พร้อมกับล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก่อนที่ผมจักริเริ่มเขียนสกู๊ปนี้ พวกชาติฮอลแลนด์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดบ้านยำสมันน้อยอย่าง ฝ่ายชาติลัตเวีย ไปเบาะผลบอล 6-0 ประตู

ซึ่งแน่นอนว่าแฟนฝ่ายฟุตบอลชาวดัตซ์ รวมถึงแฟนบอลนักแทง ในบ้านเราก็คงจะพึงพอใจกับผลการแข่งขันดังกล่าว แต่หาใช่กับสาวก คณะปีศาจแดง เลย

เพราะว่า ตัวสำคัญอย่าง ดาลี่ย์ บลินด์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้ง

  1. ตำแหน่งกองกลาง
  2. กองหลัง 
  3. แบ็กซ้าย 


นั้นต้องมาเข่าพัง พร้อมทั้งคาดว่าต้องพักถึง 4-6 อาทิตย์เลยทีเดียว!




รายนี้โดนที่หัวเข่าแถมไม่ได้เจ็บเบาๆ ด้วยนะ แต่มันเกือบ 2 เดือนเลยนะ


ซึ่งถ้าตัวเจ็บบานเบอะขนาดนี้ บรรยายเลยว่าเครียดแทนการจัดทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือที่มาดนิ่งที่สุดในปีนี้เลย

ด้วยกันก่อนที่จะเครียดแทน เฮีย เรามาทบทวนกันอีกรอบดีไหมเด็กๆ ว่าพวกปีศาจแดง ของเรามีใครเข้าโรงหมออยู่บ้าง ก่อนอื่นเอา 3 คนด้านบน ทดไว้ในใจก่อนนะครับ

พร้อมกับนี่คือลิสต์ระเบียนแข้งเดี้ยงของ คณะยูไนเต็ด ก่อนโปรแกรมกลุ่มชาติโดยเรียงจาก



ชื่อ - ส่วนที่เจ็บ - วันที่น่าจักกลับมาลงฝึกซ้อมได้


1.มาร์กอส โรโฮ - ไหล่ - 8 ธันวาคม 2014




2.ราฟาเอล ดา ซิลวา - กล้ามเนื้อ - 22 พฤศจิกายน 2014




3.แอชลี่ย์ ยัง - ขาหนีบ/สะโพก - ไม่สมรรถระบุได้




4.ฟิล โจนส์ - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




5.ราดาเมล ฟัลเกา - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




6.จอห์นนี่ อีแวนส์ - ข้อเท้า - 22 พฤศจิกายน 2014




7.เจสซี่ ลินการ์ด - เข่า - 29 พฤศจิกายน 2014



โดยจากที่สรุปมีทั้งสิ้น 7 คน บวกอีก 3 คน ด้านบนนู้นน ที่เพิ่งจะลากกระเป๋าเข้าโรงพยาบาลแห่งความฝัน รวมเป็น 10 ราย เกือบจักจัดได้กรุ๊ปนึงเลยนะเนี่ย

พร้อมด้วยไหนๆ ฟ้าก็กลั่นแกล้งขนาดนี้แล้ว ผมขอท้าให้เอาตัว อัดนาน ยานาไซ ไปอยู่ที่โรงหมอด้วยอีกรายเลยได้มั้ย จักได้ครบ 11 คนพอดี

เดินทางมาถึงสุดท้ายนี้ ก็อย่าลืมด้วยนะครับว่า โปรแกรมฝ่ายชาติยังมีกลางสัปดาห์นี้ด้วยเห้อออ

ในช่วงเวลานี้ผมก็ต้องยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วละครับว่า อย่าได้ให้ใครเจ็บเพิ่มเติมอีกเลย ที่มีอยู่นี่ก็จะไม่เหโจษจันลายผลฟุตบอลแชมป์ลีก 20 ช่วงเวลาอยู่แล้ว สาธุๆ


เอร์เรร่านั้นเตรียมโบกมือลากรุ๊ปผีแดง ในสิ้นปีนี้




ทางด้านของ อังเดร เอร์เรร่า นักเตะในวัย 25 ปี ที่เพิ่งเลื่อนออกจาก พวกแอธเลติก บิลเบา เพื่อมาซบที่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยค่าตัวสูงถึง 24 ล้านปอนด์ แรกเริ่มต้นเหมือนจักไปได้สวยภายใต้บังเหียน หลุยส์ ฟาน ฮาล กุนซือแดนกังหันลม แต่ผลงานระยะหลังดร็อปลงไปจนหลุดตำแหน่งตัวแน่นอนในบางนัด แถมยังไม่ได้รับการการันตีใดๆ อีกแล้ว

จนถึงกระทั่งสื่อ ฟิกาเฆส สำนักข่าวชื่อดังแห่งแดนกระทิงดุได้อ้างว่า เอร์เรร่า หวั่นวิตกจักเอาอนาคตมาทิ้งบนเกาะอังกฤษ จึงมองความเป็นไปได้ที่ว่าจักเก็บข้าวของออกจากเมืองแมนเชสเตอร์ ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ในเดือนมกราคม ปี 2015 โดยพร้อมจะกลับคืนสู่ลา ลีกา อีกครั้ง

ซึ่งทางด้าน ฟาน ฮาล บิ๊กบอสพร้อมจัก วางธุระกองกลางสแปนิชอยู่เหมือนกันยอมหั่นราคาเหเอิกเกริกแค่ 19 ล้านปอนด์ เพื่อขายสะดวกโยธินยิ่งขึ้นเพราะว่าหวังนำรายได้ดังกล่าวมาจัดซื้อเซนเตอร์ฮาล์ฟดี ๆ สักราย เข้ามาแก้จุดอ่อนในแผงหลัง เพื่อเป้าหมายติดท็อปโฟร์คว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผลบอลมาแลดูหมู่ที่ใช่ในดวงกมล หลุยส์ฟานกัล

มาดูระบบที่ใช่ในใจ หลุยส์ฟานกัล




วิเคราะห์ผลบอล: ภายหลังที่ผลงานของทัพ ทีมปีศาจแดง จนถึงสุดอาทิตย์ที่ข้ามมา นั้นคือการเปิดบ้านเฉือนชนะ ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ไปด้วยผลบอล 1 - 0 ซึ่งนั้นอาจดูไม่ใช่ผลงานที่น่าพอใจนักเพราะด้วยแฟนบอลสักเท่าไหร่ แต่นี่เป็น 3 แต้มที่ทุกคนยอมรับได้แน่แท้ๆ ว่าล้ำค่าเหเล่าลือเกินเกี่ยวกับเวลาช่วงนี้ ก็เพราะว่ามันทำให้เราขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 7 ของตารางเลยทีเดียว

และก่อนที่ กรุ๊ปปีศาจแดง นั้นจะกรีฑาทัพลงสนามในแต่ละเกมนอกจากจักสร้างความลำบากใจในการทำงานให้กับผู้จัดการหมู่ หลุยส์ ฟาน กัล แล้ว ก็ยังสร้างความอึดอัดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราๆ ที่ต้องมาเกร็งตลอด 90 นาทีก็ว่าได้

เนื่องด้วยแนวรุกที่ดีที่เป็นแถวหน้าของโลก แต่ตีบตันในหนทางในการส่งลูกไปกองก้นตาข่าย กับแนวรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่ พร้อมเสียประตูได้ในทุกนาทีไม่ว่าคู่แข่งจะเก่งเหรออ่อนแค่ไหนก็ตาม ไม่ปางเท่านั้น ยังโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเข้าโถมจนแทบจะพิกลพิการ กับบวกกับเรื่องนักเตะสมองลิงที่โดนไล่ออกไปแบบโง่ๆ จนตัวเร่ำลือกน้อยลง นัดที่เจอกับเหล่าส่วนล่างของตารางอย่าง เหล่าคริสตัล พาเลซ ทำให้หน้ากลัวไม่ต่างการเจอกับเหล่าท็อปโฟร์




ภาพนี้นี่คือแผนแรกที่ฟานกัลใช้ทัวร์อเมริกา

ซึ่งสมมตินับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา หลุยส์ ฟาน กัล นั้นได้เปลี่ยนแปลงหมู่จากเดิมไปมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวผู้เล่น ที่เติมนักเตะฟุตบอลระดับโลกเข้ามา โละแข้งที่ไร้ประโยชน์ออกไป เปลี่ยนแปลงเหล่างานเป็นคนที่ตนไว้ใจ แต่ยังคงเก็บคนเก่าแก่ที่รู้งานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เอาไว้ จัดการแต่งตั้งกัปตันเหล่าคนใหม่เป็นคนที่น่าจักเหมาะสมที่สุดในคณะชุดนี้ พร้อมกับที่สำคัญปรับปรุงระบบการเล่นให้เหมาะสมกับฝ่ายมากที่สุด

พร้อมทั้งข้อสุดท้ายนี่แหละที่ยากเย็นเข็ญใจเสียเหเอิกเกริกเกิน ก็เพราะว่าทุกวันนี้ ตัวหลุยส์ ของเรา เองก็ยังคงยอมรับว่าตนเองก็ยังตามหาแผนการเล่นที่ใช่ของ พวกปีศาจแดง รองลงไป ถึงแม้ว่าจักเข้ามาดูแลทีมเป็นเวลาเกือบครึ่งซีซั่นไปแล้วก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงคณะที่พังพินาศปางซีซั่นก่อน

ที่ตั้งต้นต้นด้วยการซ่อมด้วยการเติมอะไหล่ดีๆ เข้าไป จะเป็นต้องหาวิธีการทำงานให้ของเหล่านั้นทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแล้วน่าจักเป็นงานหนักพอควร พร้อมด้วยคงไม่ใช่ในเวลาอันสั้นแน่นอน แต่ก็ไม่ควรจบฤดูกาลมือเปล่าแบบซีซั่นที่แล้ว




ภาพระบบที่ฟานกัลปรับเปลี่ยนใช้งานช่วงทดลองคณะ

เนื่องด้วยแผนการแรกที่บรรจงวางเป็นระบบของคณะในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือแผนการเล่นที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในการพากลุ่มชาติ ฮอลแลนด์ ของตนประกาศศักดาคว้าอันดับ 3 ของโลกได้ในการละเลงแข้ง เวิลด์คัพ ครั้งล่าสุดที่ดินแดนแซมบ้า


  • ซึ่งนั่นก็คือ 3-5-2 ที่เซ็นเตอร์ 3 คนที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายแต่มีความเข้าอกเข้าใจ การอ่านเกม การประสานงาน พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม 
  • ส่วนมิดฟิลด์ที่เปลี่ยนบอลได้ดี วิงแบ็กที่เติมเกมรุกได้สูงพร้อมทั้งวิ่งกลับได้ทัน พร้อมทั้งเปิดบอลได้แม่นยำ บวกกับสองหัวหอกที่พ้นบอลให้กันได้ดีพร้อมด้วยมีความเร็วเป็นหลัก 
  • ทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับเหล่าในช่วง ปรี - ซีซั่น ที่สหรัฐอเมริกา พาคณะชนะได้หลายนัด พร้อมเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่พอมาใช้ครันในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรก ก็เอาฤกษ์ด้วยการพ่ายคาบ้านต่อ พวกสวอนซี ซิตี้ เป็นครั้งแรกในความเป็นมาศาสตร์


ด้วยกันด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่พร้อม แนวรับที่ไม่เข้าขากัน และขาดประสบการณ์ แต่ทุกคนยังเชื่อในระบบ แต่กับอีก 3 เกมถัดมา 3-5-2 ก็ยังคงไม่อาจนำพาชัยชนะมาสู่ทีมได้ แถมยังตกรอบ แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการปราชัยกลุ่มรองบ่อนอย่าง ฝ่ายเอ็มเค ดอนส์

ซึ่งผลสุดท้ายการที่ได้ มาร์กอส โรโฮ เข้ามามีสารบาญในกรุ๊ป พร้อมทั้งการที่พวกมีหัวหอกระดับโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ทำให้ ฟาน กัล เลิกดื้อแพ่ง กับปรับระบบมาเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ หรือไม่ก็แบบที่เราเรียกว่าเหลี่ยมเพชร ที่เริ่มต้นได้อย่างงดงามที่การไล่ยำ ทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ได้ถึง 4-0 เหมือนที่ควรจักเป็นไปตามฟอร์มของเหล่า

โดยการบุกเบิกต้นสวยงาม แต่เกมต่อมากลับมาสวยด้วย ก็เพราะว่าลูกคณะซาตานกลับบุกไปพ่ายกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง ฝ่ายเลสเตอร์ ซิตี้ ผลบอล 5-3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 3-1 แต่ด้วยความย่ำแย่แบบไม่น่าให้อภัยของแนวรับ ทำให้หมู่ต้องเสียประตูง่ายๆ แบบไม่น่าให้อภัยเช่นกัน นัดต่อมาก็กู้หน้าได้อีกครั้ง ด้วยการชนะ ทีมเวสต์แฮม 2-1 ในโรงละครแห่งความฝัน แต่ก็ต้องสังเวยด้วยใบแดงของกัปตันพวก เวย์น รูนีย์




ภาพแท็กติก 11 ผู้เล่นตัวจริงๆในฝันของสาวก หมู่ปีศาจแดง

ในเกมต่อมาระบบยังคงเดิม ทำให้เอาชนะ หมู่เอฟเวอร์ตัน ได้จากนั้น แต่ก็ยังมีปัญาหานักเตะบาดเจ็บตามมา ซึ่งตอนนั้นคือ ราดาเมล ฟัลเกา ที่เริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้บ้าง นั่นทำให้ ฟาน กัล ต้องปรับระบบอีกครั้งด้วยกันคราวนี้ปรับมายืนเป็น 4-2-3-1 ยอดนิยม

ด้วยกันยังทำเป็นปรับเป็น 4-1-4-1 ได้ โดยมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลูกรักยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ด้วยกันตามมาด้วยการย่ำแย่ลงของพิษสงในแนวรุกของเหล่า รวมไปถึงการแจ้งเกิดของลูกรักคนที่สอง อัดนาน ยานาไซ เด็กคนนี้อาจมีอนาคตจริง แต่ดูจักยังไม่ใช่ประเดี๋ยวนี้

เพราะระบบนี้ไม่เอื้อให้ เหล่าปีศาจแดง ในการทำเกมรุกได้หลากหลายเหมือนระบบเหลี่ยมเพชร แต่เกมรับดูจะเหนียวขึ้น ไม่รู้ว่านั่นเพราะการขาด ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ไปหรือไม่เปล่า ซึ่งในเกมที่เจอกับ กรุ๊ปเวสต์บรอมวิช ก็เสมอ กลับมาเล่นในบ้านเจอ ทีมเชลซี ก็เสมอแบบฉิวเฉียด การออกไปเยือน พวกแมนฯ ซิตี้ ก็เจอหายนะอีกครั้ง ปาง คริส สมอลลิ่ง โดนใบแดง พร้อมการบาดเจ็บของ มาร์กอส โรโฮ ซึ่งการกลับมาจากโทษแบนของ เวย์น รูนีย์ ในเกมนี้ก็ไม่ช่วยอะไร กลุ่มยังคงแพ้ถัดจาก

พร้อมด้วยเดินทางมาจนถึงนัดล่าสุดกับ ทีมพาเลซ ระบบนี้ยังถูกนำมาใช้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะ ฟาน กัล ต้องการความต่อเนื่องของตัวผู้เล่น ทำให้ลูกรัก ยานาไซ ยังได้ลงต่อเนื่อง สุดท้ายแม้จักชนะ แต่กุนซือชาวดัตช์น่าจะรู้แล้วว่า ระบบนี้ก็ยังไม่ใช่ เช่นกัน

เพราะในโปรแกรมบอลนัดหน้าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อรองรับนักเตะที่จักกลับมาจากการบาดเจ็บ พร้อมกับต้องให้โอกาสบางคนที่ฟอร์มดีกว่าลงเล่น โชคดีที่มีเบรคกลุ่มชาติให้พักหายใจเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม แต่ หลุยส์ ฟาน กัล คงไม่ได้หยุดคงมีการบ้านเป็นกองภูเขาให้รับมือกันจากนั้น ซึ่งแฟนบอลอย่างเราๆ ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่หวังว่าจักดีขึ้นเท่านั้น


วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก 7 คนใหม่ของผีแดง ในมุมชำเลืองป๋าเฟอร์กี้

7 คนใหม่ของผีแดง ในมุมมองป๋าเฟอร์กี้




ในยุคใหม่ของหมู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังเป็นที่พูดคุยกันได้เสมอๆรวมไปถึงการตั้งข้อสงสัยต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับอนาคตของกรุ๊ปว่าจักไปในทิศทางไหน

เพราะว่าภายหลังชายที่ชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ถอดหัวโขนลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการคณะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้หลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2013 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เหมือนโดนพายุพัดโหมกระหน่ำ เหมือนโดนแผ่นดินไหวสัก 10 ริคเตอร์

ซึ่งนอกจากการที่ทีมขาดหัวเรือใหญ่ซึ่งอยู่กับกลุ่มมาเหมือนกลายเป็นพ่อใหญ่ของสมาชิกเหล่า ปีศาจแดง ทุกๆ คนแล้ว ไอ้คนที่มารับช่วงต่อ กลับทำทีมได้ห่วยบรม

พร้อมกับสถิติหลายๆ อย่างในยุคของ เดวิด มอยส์ ก็ได้ผุดขึ้นมาใหม่ แต่ขอย้ำว่าเป็นสถิติในด้านแย่ของกรุ๊ปนะครับ ซึ่งหลายๆ ท่านคงรู้กันอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉะนั้นผมขอข้าม

ครั้งนี้ทัพคณะ ปีศาจแดง ได้แต่งตั้ง หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาเป็นผู้จัดการคณะคนใหม่ในซีซั่นนี้ พร้อมสบถสาบาน 3 ปี ซึ่งภายหลังนั้นเป็นต้นมา ผมได้เฝ้ารอฟีดแบ็กวิเคราะห์ผลบอลการเล่น จากคนๆ หนึ่ง รอเท่าไหร่ก็ไม่มาสักที จนกระทั่งไม่กี่วันก่อน เขาก็ออกมาพูด

ซึ่งนั่นก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นเอง เพราะว่าได้พูดออกมาทั้งในเรื่องของ ฟาน กัล กับนักเตะหน้าใหม่ที่พวกเขาซื้อเข้ามา เรามาดูกันดีกว่าว่า ป๋า จะพูดอะไรบ้าง


1. หลุยส์ ฟาน กัล




ข่าวภายหลังที่ เฟอร์กี้ ไม่ค่อยสบอารมณ์ที่บอร์ดบริหารชุดใหม่ นำมาเพราะ เอ็ด วูดวาร์ด ที่ได้สั่งปลด มอยส์ ซึ่งเป็น โชเซ่น วัน ของลุงแก แถมยังมีข่าวออกมาอีกว่า

ถ้าสมมตสรุปแล้ว ท่านเซอร์ กับ ฟานกัล ไม่ได้พบกันที่สหรัฐอเมริกาจนกระทั่งช่วงซัมเมอร์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ พร้อมกับงานกาล่าดินเนอร์ของสโมสร จนถึงช่วงเดือนก่อน กุนซือ 2 รายนี้ก็ไม่ได้พูดคุยกันมากมายเท่าใดนัก แต่มาวันนี้ เฟอร์กูสัน ได้พูดถึงนายใหญ่คนใหม่วัย 62 ปีสักที ซึ่งถือว่าเป็นข้อความที่ไม่ได้เปิดศึกแต่อย่างใด

เกี่ยวกับสิ่งที่ผมพอใจอย่างมากกับพวกชุดนี้นั่นคือ หลุยส์ ได้ให้โอกาสแข้งดาวรุ่งถึง 7 คน ได้ลงสนามเอาฤกษ์ฝ่ายชุดใหญ่เป็นหนแรกถึง 7 คน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญอยู่เสมอ ผมคิดว่าแฟนบอลจักให้การสนับสนุนฝ่ายมากขึ้น คราวบรรดานักเตะดาวรุ่งถูกดันขึ้นสู่เหล่าชุดใหญ่

พร้อมกับเราไม่เคยได้พูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เขาเคยมาเยี่ยมผมที่ออฟฟิศหลังจบเกม เราได้พูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ถึงขนาดต่อสายพูดคุยกัน เขาเป็นคนที่มากความเชี่ยวชาญ เป็นผู้นำที่ดี เขารู้ดีว่าการเป็นผู้จัดการหมู่ที่ดีจะต้องทำอะไรบ้าง เขาไม่จำเป็นต้องมาขอคำปรึกษาจากผมหรอก


2. อังเคล ดิ มาเรีย

เคลื่อนมาด้วยค่าตอบแทน 60 ล้านปอนด์จาก กลุ่มเรอัล มาดริด ลงสนามทั้งสิ้น 6 นัดยิงได้ 3 ประตู





ก็มีการวิจารณ์ถึงการซื้อนักเตะของทีม ปีศาจแดง มาตลอด ว่าเป็นการทุ่มเงินที่แพงเกินไป รวมไปถึงการที่กลุ่มทำลายสถิติซื้อนักเตะค่าจ้างแพงที่สุดในเกาะอังกฤษอย่างการซื้อ อังเคล ดิ มาเรีย ด้วยมูลค่าถึง 60 ล้านปอนด์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยเกือบๆ 3,300 ล้านบาท

และท่านเซอร์ ก็ได้ออกมายอมรับว่าหมู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะคนใหม่เข้ามาเสริมทัพภายในฝ่าย กับก็เชื่อว่าฟุตบอลยุคนี้ มันก็เหมาะสมกับราคาจำนวนนี้แล้ว

เพราะเขาได้กล่าวว่า มันก็เป็นเหมือนเกม อย่างที่ฝ่าย เรอัล มาดริด ได้ซื้อ แกเร็ธ เบล ด้วยจำนวนเงินถึง 86 ล้านปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,730 ล้านบาท

ส่วนตัว ผมคิดว่าตราบคุณทำได้เข้าถึงศักยภาพของฝ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขามีทรัพยากรที่จะซื้อได้ ผมไม่เคยต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จักต้องฟื้นฟูทีมกลับมาใหม่


3. ราดาเมล ฟัลเกา

ให้คำมั่นขอยืมตัวจากทีม โมนาโก ลงเล่นไปทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 1 ประตู




พร้อมด้วยทันทีที่หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ได้เข้าคณะมา มันทำให้แฟนบอลพวก ผีแดง ต่างก็ต้องกรี๊ดลั่น อย่างไรก็ตาม ด้วยอาการบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าของเขายังเป็นข้อสงสัย ทำให้ ป๋า มองว่าพวกทำถูกแล้วที่หยิบยืมตัวมาก่อนหนึ่งฤดูกาล แล้วค่อยซื้อขาดในภายหลัง

สำหรับ ฟัลเกา นั้นเป็นหนึ่งในนักเตะที่เราทุกคนต่างรอคอย แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นที่สุดยอด ด้วยคุณภาพในการทำประตูของเขา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของเขาก่อนหน้านี้ การที่กลุ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงเขามาแบบหยิบยืมตัวก่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากๆ


4. ดาลี่ย์ บลินด์

เลื่อนมาด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ จากฝ่าย อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 1 ประตู





เรียกได้ว่าเป็นนักเตะ ที่สารพัดประโยชน์จริงๆ ที่เล่นได้ทั้ง 1.แบ็กซ้าย, 2.เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ พร้อมด้วย 3.มิดฟิดล์ตัวรับ กับยังทำผลงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขั้นเป็นตัวค้ำจุนฝ่าย

นั่นทำให้ เฟอร์กูสัน มองว่าเขาเหมือนกับ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ในยุคที่ฟอร์มเก่งสุดๆ ก่อนบาดเจ็บยาวไป พร้อมกับเชื่อว่า 2 คนนี้จักแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันได้

ตัวของ ดาลี่ย์ บลินด์ เป็นนักเตะที่เข้าใจในเกมฟุตบอลเป็นอย่างดี ทำให้ผมนึกถึง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ครั้งไม่กี่ปีก่อน ทั้ง 2 คนเป็นนักเตะฝ่ายเดียวกัน

ซึ่งเขานั้นเป็นสุดยอดมืออาชีพที่เข้าใจเกมได้อย่างถ่องแท้ เขาเล่นบอลธรรมดาๆ แต่มันกลับปกป้องแนวรับ รวมไปถึงเปิดทางให้เกมรุกได้ในเวลาเดียวกัน


5. อันเดร เอร์เรร่า

เขยื้อนมาด้วยค่าจ้าง 29 ล้านปอนด์ จากหมู่ แอธเลติก บิลเบา ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 2 ประตู





อีกคนที่ดูเหมือน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จักชื่นชอบนักเตะรายนี้เป็นพิเศษ ก็เพราะว่าเปิดแย้มว่าเขาเคยสนใจแข้งรายนี้อยู่เหมือนกัน จนสุดท้ายคณะก็คว้ามาได้สำเร็จ

นักเตะอย่าง เอร์เรร่า ได้เคยเจอกับเราคราว 3 ปีก่อน ศึกยูโรปาลีก ซึ่งพวกเขาสู้กับพวกเราได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีความสมรรถ พร้อมทั้งเรามองเขาเอาไว้หลายครั้งแล้ว ผมคิดว่าฝ่ายต้องการดึงเขามาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว แต่มันก็พลาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาที่ดี มีความดุดันเล็กน้อยซึ่งเพราะปกติแล้ว เด็กแบบนี้มักจะไม่ค่อยมีด้านนี้เท่าไหร่ เขาค่อนข้างผอม แต่เขาก็มีความดุดัน พร้อมทั้งเขาวิ่งได้ทั่วสนาม


6. ลุค ชอว์

ขนย้ายมาด้วยค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์ จากเหล่า เซาธ์แฮมป์ตัน ลงสนามทั้งสิ้น 3 นัดยิงได้ 0 ประตู





คนนี้ก็ถือว่า เป็นนักเตะอีกหนึ่งรายที่ถูกสื่อพร้อมกับคนทั่วไปวิจารณ์ว่าเขาเหมาะสมแล้วหรือว่า กับค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ ใช่ไหมคาดว่า 1,650 ล้านบาท

กับเนื่องจากยังไม่ได้พิสูจน์อะไรให้มันมากมายเท่ากับเงินที่จ่ายไป ด้วยวัยเหมือนแค่ 19 ปี แต่กลับมีค่าตอบแทนพันล้าน เป็นใครก็ต้องคิดว่าทำไมถึงกล้าๆ ทุ่มขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เฟอร์กูสัน ยืนยันได้ว่า ชอว์ เหมาะสมกับการสวมเสื้อกลุ่ม ปีศาจแดง แน่นอน

สำหรับ การซื้อตัว ชอว์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราพยายามมาตลอด ตั้งแต่เขาอายุ 16 ปี พวกเขาไม่ยอมขายให้เรา แต่พวกเขากราบทูลกับเราเสมอว่าจักรับฟังข้อเสนอของเราเป็นที่แรก

โดยที่ เอ็ด วูดวาร์ด ได้ดำเนินการสร้างผ่านและเราก็ได้ตัวเขามา ผมคิดว่าน่าจะเป็นจำนวน 30 ล้านปอนด์ เขาเป็นเด็กที่มีความทำได้ เป็นนักเตะที่ดีด้วยกันเป็นคนที่จักก้าวหน้าได้ตลอด


7. มาร์กอส โรโฮ

ขยับมาด้วยค่าตอบแทน 16 ล้านปอนด์ จากคณะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน  ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 0 ประตู





ด้วยว่า โรโฮ นั้นได้ใจ เซอร์ อเล็กซ์ ไปภายหลังผ่านศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ด้วยวัย 24 ปีแต่กลับเล่นบอลได้ไม่พ่ายรุ่นพี่ในเหล่า พร้อมยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวแน่นอนไว้ได้แบบยาวๆ

ตัวของ โรโฮนั้น เป็นนักเตะอาร์เจนติน่า ซึ่งผมได้ดูเขาเล่นในศึก เวิลด์ คัพ ตัวผมคิดว่าเขาทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว กับผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่มีความรอบรู้ รวมไปถึงการเล่นได้ทั้ง 1.ตำแหน่งแบ็กซ้าย, 2.วิงแบ็ก อย่างที่ต้องการ หรือว่าจักโยกเขามาเป็น 3.เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็ยังได้

ด้วยกันนั่นก็เป็นสิ่งที่ท่าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ออกมาชี้แจง ซึ่งน่าจักทำให้แฟนบอลหมู่ ปีศาจแดง อุ่นใจได้ไม่น้อยเลย เวลานี้กรุ๊ป แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับที่ 6 ของตาราง

โดยโปรแกรมบอลนัดจากนั้น พวกเขาจะพบกับ ฝ่ายเชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมนี้ อดใจรอชมกันได้นะ แฟนผีทั้งหลาย

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลบอล: มามองที่สุดข้าวของศึกพรีเมียร์ลีก 7 นัดดั้งเดิมกันดีกว่า

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ ที่สุดของที่สุดในช่วงเปิดผนังออกสตาร์ต




ในเกมส์ฟุตบอลสุดสัปดาห์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจักกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ หลังจากที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลเหล่าชาติ เพราะแต่ละฝ่ายจะต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ พอพ้นพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

พร้อมทั้งเพราะด้วยการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ทะลุทะลวงไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจักทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง พร้อมด้วยหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงขึ้นต้นต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง





1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


สำหรับการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจะลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส ด้วยกัน 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็ยักย้ายถ่ายเทมาและโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ด้วยกันเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ใช่หรือเข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับฝ่ายของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้เป็นแน่แท้ ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมกับเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก ด้วยกันผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงทุกวันนี้





2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  กรุ๊ปเลสเตอร์ 5-3 ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งภายหลังชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ ทีมควีนส์ปาร์ค 4-0 เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้

และจนถึงยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง หมู่เลสเตอร์ในเกมถัดไป กรุ๊ปปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าด้วยกันใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด กับขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน ตราบเสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา ด้วยกันโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

เพราะว่าภายหลังนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเกี่ยวกับผีแดง ก่อนจะโดนแซงขึ้นนำ 4-3 และเหเลื่องลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ให้เป็นอิสระให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายพ่ายได้





3.เป็นกลุ่มที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน


ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของคณะไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการเหล่า กับทำท่าว่าจักได้รับผลกระทบเต็มๆ

เพราะว่าหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำฝ่ายออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายแพ้ พร้อมทั้งในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

แต่จนกระทั่งได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ ตั้งต้นที่จะติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป กลุ่มนักบุญก็เกริ่นต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม ใช่ไหมอาจจักมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจักเพิ่งพ่ายแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด





4.เป็นพวกที่เดี้ยงมากที่สุด: เหล่าอาร์เซนอล


ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาหมู่แชมป์โลกมาร่วมงานกับหมู่อาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

พร้อมกับกลับกลายเป็นว่าทีมปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญสมมติารบาดเจ็บของนักเตะมากมายเหมือนเดิม ใช่ไหมอาจจะบานตะเกียงกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่งปางดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว ด้วยกันอาจจักมีส่วนทำให้ผลงานของพวกไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ กับยังอยู่เท่าอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก





5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: คราวแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูพวกเชลซี


กลุ่มเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้กลุ่มสิงห์ครามเกือบจะเอาชนะ เหล่าแชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับเหล่ามากมาย ก่อนจะถูก ปลดตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

เพราะมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ ทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งกู้ตัวเขามาจาก หมู่นิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมกับได้ยิงประตูตีเสมอคณะเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที กับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจะไม่แสดงความดีใจออกมา

โดยท่านทำได้ติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก: พี่แจ้ แฉสาเหตุที่ขับไล่ไสส่งดิมาเรีย เพราะว่าเขาหิวเงิน

ล่าสุด!!! พี่แจ้ แฉเหตุผลที่เฉดหัวดิมาเรีย ก็เพราะว่าเขาหิวเงิน






งานนี้มีแฉยับหลังจากที่มีข่าวฟุตบอลจากพี่แจ้ว่า ดิ มาเรีย นั้นหิวเงิน เพราะได้เรียกค่าจ้างขึ้น ทำให้ต้องขายทิ้งให้ ทีมผีแดง ประกาศชัด ทำงานเพื่อสโมสร ไม่ตามใจนักเตะ

ซึ่งทาง คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ของ กลุ่มเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ได้เปิดตีแผ่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลงใจ ให้เสรีภาพตัว อังเคล ดิ มาเรีย ปีกฝีเท้าจัดจ้านไปอยู่กับ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน ศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ว่าเป็นก็เพราะว่านักเตะหิวเงิน พร้อมกับสโมสรไม่เชี่ยวชาญปรับโครงสร้างเพื่อใครคนใดคนหนึ่งได้

เพราะว่าที่กุนซือชาวอิตาเลี่ยนได้กล่าวกับ สื่อ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส ไทม์ส แม็กกาซีนแนวธุรกิจว่า ตัวของ ดิ มาเรีย นั้นเรียกร้องเงินจำนวนมาก ใช่ไหมไม่อย่างนั้นเขาก็จักออกไปเพื่อตามหามันที่อื่น ตอนนั้นผมก็เห็นด้วยกับสโมสร มันต้องมีบ้างที่สโมสรจักไม่ยอมรับ พร้อมทั้งเราไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อนักเตะพ่างคนเดียวได้





พร้อมทั้งทางสโมสรคงให้เงินมากเท่าที่ดิ มาเรีย ต้องการไม่ได้ พวกเขาบรรยายด้วยว่า ผมเป็นคนจัดการสโมสรนี้นะ แน่นอน ผมเป็นโค้ชให้สโมสร ไม่ได้ทำงานเพื่อนักเตะ อันเชล็อตติ อธิบายความเห็นพ้องกับต้นสังกัด

ทั้งนี้ ดิ มาเรีย นั้นถือว่าเป็นกำลังสำคัญในทุกรายการโปรแกรมบอลของ พวกราชันชุดขาว ซึ่งการที่ขาดมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์จึงมีส่วนเล็กน้อยกับผลงานของสโมสรซึ่งระยะนี้ อยู่ในอันดับ 4 ของตารางคะแนน


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล : เฟอร์กูสันรอง รู้อารมณ์เสีย เป็นประจำที่ ผีแดงพ่ายแพ้หงส์

ออกโรงแล้ว!!! เฟอร์กูสันรับ รู้สึกหงุดหงิด ทุกครั้งที่ ผีแดงแพ้หงส์




ป๋าเฟอร์กี้ วิเคราะห์ผลบอลยอมรับ ยังรู้สึกเซ็งทุกครั้งที่ ฝ่ายปีศาจแดง พ่ายให้กับ กลุ่มหงส์แดง หรือไม่ก็แม้แต่ ฝ่ายเรือใบสีฟ้า เหตุผล ตนมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญเสมอมาเพราะว่าตลอด




ซึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นเป็นอดีตผู้จัดการกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมายอมรับว่าเขายังคงรู้สึกแย่ทุกครั้ง ยามที่อดีตเหล่าที่ตนเคยดูแลพ่ายให้กับ กลุ่มลิเวอร์พูล ใช่ไหม พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นคู่ปรับร่วมลีก

เหตุเหตุเพราะเป็น 2 คู่แข่งตัวฉกาจ และยังฉลองกับการทำประตูของสโมสรทุกๆ ครั้ง แม้เจ้าตัวจักเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้อำนวยการแล้วก็ตาม



พร้อมทั้งทางด้านบรมกุนซือวัย 72 ปี นั้นได้กล่าวว่า ผมรู้สึกโกรธทุกครั้งครั้งเราปราชัยให้กับ พวกลิเวอร์พูล ปีก่อน ผมไม่แฮปปี้เลย ผมไม่ชอบเวลาพวกเราพ่ายแพ้ ฝ่ายลิเวอร์พูล ไม่ก็ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะว่าว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งสำคัญของเรากับสิ่งที่คุณมักจะมุ่งมั่นก็คือการชนะเกมเหล่านี้ และมันเป็นทางของเรา

ซึ่งเพราะว่าเฉพาะตารางบอลคู่แข่งอย่าง กลุ่มลิเวอร์พูล ที่ครันแล้วผมต้องนั่งชมเกมอย่างขมขื่น แต่ผมต้องพยายามแสดงสีหน้าเรียบเฉย นอกเสียจากเราจะยิงประตูได้ มันเป็นสิ่งที่ผมทำมาตั้งแต่คราวเป็นผู้จัดการฝ่าย ผมฉลองกับการยิงประตูตลอด แม้ว่าในเวลานี้บทบาทเปลี่ยนไปผมก็ยังทำ ซึ่งตำนานเทรนเนอร์ชาวสกอตต์ ร่ายยาว



พร้อมด้วยทั้งนี้ ป๋า เฟอร์กี้ เพิ่งประกาศอำลาตำแหน่งนายใหญ่ กรุ๊ปปีศาจแดง พอช่วงท้ายฤดูกาล 2012 - 2013 หลังพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นกาลสมัยที่ 20 มากสุดในประวัติส่วนตัวศาสตร์ลีกผู้ดี ก่อนที่จะเฟุ้งเฟื่องกให้ เดวิด มอยส์ กุนซือร่วมชาติเข้ามาสานงานต่อ

แต่ว่าเขาก็อยู่ในถิ่นของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น เพราะว่าพาสโมสรมีผลงานตกต่ำลง ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 1995 รวมถึงการไม่ติดอันดับ 1 ใน 3 เป็นหนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง ตารางพรีเมียร์ลีก อีกด้วย


มาดูคลิปที่แมนยูฉลองแชมป์ปีสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คลิปเพราะ Zalapao zeed





ที่มา: http://sport.sanook.com/106989/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: เรื่องวิพากษ์วิจารณ์ระหว่างกรุ๊ป แมนยู vs ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์ผลบอล : คงจะมีแค่แฟนบอล 2 กลุ่มนี้แหล่ะมั้ง



สำหรับหมู่ชั้นนำของยุโรปของศึก 5 ลีกใหญ่ หลาย ๆ ลีกถูกมองว่ามีปาง 2 หมู่เท่านั้นที่มีโอกาสคว้าแชมป์ เปรียบเทียบได้ว่าเป็น “ม้าสองตัว” ที่วิ่งฮ่อควบแข่งกันเข้าสู่เส้นชัยในตอนท้ายฤดูกาล

กับถ้าพูดกันชัดๆ ก็เห็นจะเป็น ลา ลีกา สเปน ที่มีแต่ปาง ทีมบาร์เซโลน่า และ พวกเรอัล มาดริด แต่บางลีกมีหลายหมู่สู้กันเพื่อแย่งแชมป์ แต่ก็มีแฟนบางกลุ่มที่เห็นว่ามันแข่งกันแค่ 2 กรุ๊ป

แต่พูดถึงลีกที่เล่นกันแค่สองกรุ๊ปที่ชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นศึก ลา ลีกา ของสเปน ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีพางแค่สองขั้วอำนาจมานานหลายปี ระหว่าง หมู่บาร์เซโลน่า แห่งแคว้นกาตาลัน และ คณะเรอัล มาดริด แห่งนครหลวงมาดริด ที่ต่อสู้กันมาหลายต่อหลายฤดูกาล

ซึ่งอาจจักมีสอดแทรกขึ้นมาบ้างอย่าง กลุ่มแอตเลติโก มาดริด หรือไม่ กลุ่มบาเลนเซีย แต่ก็ไม่รับไม่ได้ว่าการขับเคี่ยวกันของสองยักษ์ใหญ่นี้ สร้างความสั่นสะเทือนได้ทั้งประเทศและยุโรปมาเพราะว่าตลอด



แม้ว่า 2 กรุ๊ปนี้เกลียดกันยันเงา แต่ต่างก็เคารพในฝีมือฝั่งตรงข้าม


และก็ไม่ใช่แค่ ลา ลีกา แต่ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน แม้ว่าจักมียักษ์ใหญ่แทบแค่รายเดียวครองความยิ่งใหญ่นั่นคือ ฝ่ายบาเยิร์น มิวนิค มาหลายปี

แต่ว่าในช่วง 4 - 5 ปีหลังมานี้ คณะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับมาทวงคืนความสำเร็จที่เคยทำได้ ด้วยการเบียด “พวกเสือใต้” ขึ้นคว้าแชมป์ 2 ซีซั่นติดต่อกันในฤดูกาล 2010-11 พร้อมกับ 2011-12

พร้อมด้วยถึงแม้ว่าจักฟอร์มดร็อปไปในปีที่แล้วและปีนี้ แต่ก็ยังส่งอิทธิพลต่อการลุ้นแชมป์ ของ บาเยิร์น เพราะมีกรุ๊ปอย่าง เลเวอร์คูเซ่น ไม่ก็ ชาลเก้ 04 ขึ้นมาท้าทายบ้างในบางฤดูกาล



ซึ่งที่ต่อมาเพิ่งจะมาแรงเอาจนกระทั่งซีซั่นที่แล้ว นั่นคือ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แม้ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งกลับมาผงาดอีกครั้งอย่าง ยูเวนตุส จะต่อกรยากเหเลื่องลือเกิน

ไม่ว่าจักเป็นทั้งเรื่องความแข็งแกร่งของคณะ เหรอผู้ตัดสินยามเล่นในบ้านก็ว่ากันไป แต่มีพวก อาแอส โรม่า ที่นำเพราะ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ที่อาจหาญขึ้นมาต่อกรไม่อย่างไม่ย่อท้อ แม้จักยังทำได้แค่เป็นรอง แต่ก็ทำให้การไล่ล่าแชมป์ของ “เหล่าไอ้ม้าลาย” ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกถัด

ซึ่งแต่ในลีกยอดนิยมอย่าง ศึกพรีเมียร์ลีก กรุ๊ปจะแข่งกันเป็นแชมป์ไม่ได้มีแค่ 2 พวกเหมือนชาวบ้านเขา แต่ก่อนอาจเรียกว่า บิ๊กโฟร์ ที่ประกอบด้วย

  1. หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. กลุ่มอาร์เซน่อล
  3. คณะเชลซี 
  4. กลุ่มลิเวอร์พูล 

พร้อมด้วยในช่วง 5 ปีหลัง มี คณะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นมาด้วย

อาจจักเรียกว่าแฟนบอลทุกกรุ๊ป ต่างสนุกสนานกับการลุ้นตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาล ของแดนผู้ดีกันอย่างสนุกสนาน ในความหลากหลายพร้อมด้วยไม่ตายตัวของการแข่งขันยอดนิยมที่มีฐานแฟนบอลแน่นที่สุดในทุกมุมโลกลีกนี้




ภาพตัวอย่างภายหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ หรือไม่ก็จบสัปดาห์มีอันดับสูงกว่าคู่แข่ง


แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีแฟนบอลบางกลุ่ม บางจำพวก ที่คิดว่า ศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก นั้นเล่นกันแค่แค่ 2 หมู่แค่ หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ทีมลิเวอร์พูล ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าตราบอาทิตย์ก่อนนู้นครับ บี้กันอยู่กลางตาราง คณะไหนแข่งก่อนในอาทิตย์นั้นแล้วจำนนเนี่ย เรียกว่าไม่ได้เงยหน้ามาหายใจจนกว่าอีกคณะจักได้แข่ง

ซึ่งยิ่งถ้าอีกฝ่ายพ่ายด้วยนะคุณเอ้ย แทบจะขุดหลุมฝังตัวเองอยู่ในบ้านไม่ออกมาเจอหน้าผู้คน เพราะว่าอะไร กลัวโดนล้อจ้า ถามว่าไปช่วยเขาลงเตะ หรือไม่เป็นผู้ถือหุ้นของสโมสรหรือไม่เปล่า ก็ไม่ใช่ซะหน่อย!




ทั้งๆที่วันที่หมู่ไม่ได้ลงแข่งแท้ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้


พร้อมกับถ้าถ้า อาทิตย์ไหน มีฟุตบอล ยุโรป แฟน บอลกลุ่มเกรียนแตกของคณะ “หงส์แดง” ก็จะถามเซ้าซี้อยู่นั่นแหละว่าทีม แมนฯ ยูฯ ไม่มีเกมกลางสัปดาห์เหรอ ไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก เหรอ

ในตอนที่จับสลาก ได้อยู่โถไหนเหรอ ก็พูดกันไม่เลิก ไม่เคยเบื่อ คนอื่นที่เขาได้ยินต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเขาก็เอือม ไม่ได้ตลกเหมือนตอนที่เล่นกันแรกๆ แล้ว




กับนั่นก็เป็นที่แน่นอน วันใดที่หงส์ชนะ แฟนผีก็โดนเย้ยหยันเช่นกัน


ถ้าจักถามว่ามีแต่ “เกรียนหงส์” เหรอ ไม่หรอก “เกรียนผี” ก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งสัปดาห์นี้ ตัวเองหนีขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ได้เนี่ย ล้อ ฝ่ายลิเวอร์พูล เขาไม่หยุด ถามกันตลอดว่าอันดับเท่าไหร่เหรอ ไปบอลยุโรปเหนื่อยเหรอ กลางอาทิตย์ไม่ชนะเหรอ กรุ๊ปอะไรอยู่อันดับ 4 กลุ่มอะไรอยู่อันดับ 9 เหรอ




แล้วมันจะทำไมเหรอครับ ลีกมันจบแค่อาทิตย์นี้แล้วเหรอ การแข่งนัดหน้า เหล่าแมนฯ ยูฯ จักไม่พ่าย ทีมลิเวอร์พูล จะไม่แพ้กันแล้วใช่ไหม เล่นกันไม่เลิกทั้งสองฝ่าย ไม่เคยสนใจเลยว่า หมู่เชลซี นู่น เขาเป็นจ่าฝูงนู่น มีตั้ง 19 แต้ม

ซึ่งถ้าไปแข่งกันทำตามเป้าตัวเองที่วางไว้ต้นฤดูกาล ดีกว่ามานั่งหาความสนุกปากกันไปสัปดาห์ต่ออาทิตย์แบบนี้



ภาพอันนี้น่าจะโดนใจแฟนเหล่าอื่นครับ เป้าหมายชัดเจนมาก


ล้อกันเองไม่พอ แต่ยังดึงชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย เล่นส่งข้อความมาถามผู้ดำเนินรายการลักษณะว่า “พี่ครับ แมนฯยูฯ อยู่ที่เท่าไหร่ แล้ว ลิเวอร์พูล อยู่ที่เท่าไหร่ครับ

ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ครับ เราเอือมที่จะตอบ แม้จะรู้ว่าท่านเสียเงินส่งมันมาก็ตาม ยิ่งไปหาดูตามหน้าเฟซบุ๊คต่างๆ ที่เกี่ยวกับฟุตบอลแล้วล่ะก็ แฟนขาเกรียนสองหมู่นี้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าพวกไหนแน่นอน เก่งบนหน้าคอมพิวเตอร์เนี่ย ขอให้ปริปาก ไม่พ่ายแพ้ใครในใต้หล้าอยู่แล้ว




แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทะเยอทะยานจักเตือน ๆ กันไว้ เล่นสนุกกันหอมปากหอมคอก็พอ อย่าไปสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ใครต่อใครเขาเลย

ซึ่งฝ่ายใคร ใครก็รักครับ ล้อสนุกกันพอเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องเอามาเป็นแน่ๆเป็นจังขนาดต้องวิวาทกัน ผลงานแย่ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ผลงานดีก็ชื่นชม สู้ไปด้วยกัน พ่ายวันนี้ วันหน้าก็แข่งใหม่ ฤดูกาลนี้แย่ ฤดูกาลหน้าก็เอาใหม่ เขายังไม่ยุบลีกในปีสองปีนี้แน่นอน

จงอย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้สังคมปัจจุบันเลย อย่าเป็นแฟนบอลเกรียนๆ ที่จักทำให้แฟนบอลดีๆ เขาเป็นขี้ปากชาวบ้านไปด้วยเลย

พร้อมด้วยอย่าให้คนอื่นเขาด่าว่า แฟนบอล แมนฯ ยูฯ น่ะเหรอ แฟน ลิเวอร์พูล น่ะเหรอ ปากดีอย่างนั้น เกรียนอย่างนี้ หรือไม่ก็น่าหมั่นไส้ยังไงก็ตาม มันไม่น่าชื่นชมหรอกครับ


ที่มา : http://footballclubpza.blogspot.com/